2006/Dec/11

Part 2

คืนนั้นยูยะร้องไห้จนหลับไป และเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็ไม่พบใครในห้องนอนเลย มีเพียงโน้ตเล็กๆ ข้างเตียงเท่านั้น โน้ตนั้นเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของคนบางคน เนื้อความสั้นๆ แฝงความห่วงใยว่า

อรุณสวัสดิ์ครับ ยูยะ วันนี้ผมมีงานเช้า ตื่นแล้วก็กินข้าวเช้าที่ผมทำไว้ให้ซะนะHero

(ทุกคนคะ รู้สึกไหมคะว่า คำแทนตัวเองของคุซาโนะเปลี่ยนไป>___<//คนแต่ง)

หึ! ทำอาหารเป็นด้วยเหรอคนแบบนี้เนี่ย หัวเราะกับความน่ารักของคุซาโนะ

เมื่อเดินออกไปที่ห้องกินข้าว ก็พบกับอาหารเช้าที่คุซาโนะทำไว้ มันอาจจะเป็นอาหารเช้าธรรมดาๆ แต่ยูยะก็รู้สึกอบอุ่นที่เห็นมัน คงเป็นเพราะโน้ตนั่นล่ะมั้ง มันสื่อความอบอุ่นของผู้ชายคนที่ทำให้เขาได้เป็นอย่างดี

เมื่อกินข้าวเสร็จ เขาก็มานั่งดูทีวีที่ห้องรับแขก เพราะไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน ก็เลยอยู่เฉยๆ จนใกล้จะเวลาเที่ยงของวัน ขณะที่เขากำลังจะออกไปหาอะไรกินนั้น อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู

ก๊อกๆๆ ใครมากันนะ ยูยะคิด

เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับผู้ชายในชุดสูทสีดำคนหนึ่ง ถือกล่องข้าวมาด้วย สงสัยจังว่าเขาคนนี้เป็นใคร แล้วมาทำไมนะ ฮีโร่ก็ไม่อยู่ซะหน่อย

เอ่อ คือมาหาคุซาโนะเหรอครับ ตอนนี้เขาออกไปทำงานน่ะครับ ยูยะตอบอย่างไม่แน่ใจ

เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้มาหาเขาหรอกครับ ผมมาหาคุณครับ คุณยูยะ ผู้ชายคนนั้นตอบด้วยสายตาเรียบเฉย

อ๊ะ!!มาหาผมเหรอครับ คือ... ก่อนที่ยูยะจะได้ถามอะไร ผู้ชายคนนั้นก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

ผมชื่อ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ เป็นเลขาของคุณคุซาโนะครับ เขาสั่งให้ผมเอาอาหารเที่ยงมาให้คุณ และก็ให้มาดูแลคุณน่ะครับ วันนี้เขามีนัดกับลูกค้าตอนเย็น อาจจะกลับดึก ก็เลยให้ผมมาคอยดูแลคุณจนกว่าเขาจะกลับมาน่ะครับ ฝากตัวด้วยนะครับ พูดจบก็ก้มหัวให้ยูยะ

อ๋อ งั้นเข้ามาก่อนสิครับก้มหัวให้เป็นเชิงทักทาย ก่อนจะพูดอย่างมีมารยาท

ครับ เมื่อผู้ชายคนนั้นเข้ามา ก็เข้าครัวทันที นำอาหารที่เขาซื้อมานั้นใส่จานแล้วนำมาเสิร์ฟให้ยูยะ

เชิญทานครับคุณยูยะ

เอ่อ...ขอบคุณครับ กินด้วยกันไหมครับ คุณยามาชิตะ ยูยะชวนอย่างเป็นมิตร

ไม่เป็นไรครับ ผมทานมาเรียบร้อยแล้วละครับ คุณยูยะทานเถอะครับ ยามะพีตอบปฏิเสธอย่างอ่อนโยน

เอ่อ...ครับ งั้นผมกินละนะครับ มองน่ายามาชิตะคุงเกร็งๆ

555 (อยู่ๆ ยามะพีก็หัวเราะออกมาซะงั้นอ่ะ//คนแต่ง) ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่ดุซะหน่อย และเรียกผมว่ายามะพีก็ได้นะครับ ใครๆ ก็เรียกผมแบบนั้น 

หลังจาที่ยามะพีพูดและหัวเราะแบบนั้นแล้ว ก็ทำให้บรรยากาศดูสบายๆ ขึ้นมากเลยทีเดียว

อา...ครับ ยามะพี ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้า

...อืม...รู้แล้วว่าทำไม เจ้าฮีโร่ถึงได้เอาเด็กคนนี้กลับบ้านมา ก็เล่นน่ารักซะขนาดนี้ ก็ถูกใจมันละนะ เฮ้อ...แล้วเมื่อไรเราจะเจอคนที่ใช่กับเขามั่งซะทีนะ...ความคิดภายในใจของยามะพี

อืม กินข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวผมขอตัวไปโทรศัพท์สักครู่นะ ยามะพีบอกยูยะก่อนจะออกจากห้องไป

อืม ยิ้มรับคำพูดของยามะพี

ฮัลโหล ไอ้ฮีโร่!! เอาข้าวมาให้แล้วนะโว้ย ยูยะจังของแกน่ะ 

ยามะพีระเบิดกับเพื่อนของตนที่ตอนนี้เป็นเจ้านายของเขาอยู่ แต่ความเป็นเพื่อนก็ไม่ห่างหายไปเลย ทั้งคู่รู้ว่าเวลาไหนควรจะเป็นแบบเพื่อนหรือเป็นแบบเจ้านายกับลูกน้อง

เออ ขอบใจนะ เป็นไงเด็กของฉัน น่ารักล่ะสิ

เออ มันก็จริงอย่างที่แกว่าอ่ะนะ ขาวๆ ใสซื่อๆ แบบนี้แกชอบละสินะ แต่ฉันไม่ว่ะ อืมไม่ใช่สเปก ยามะพีตอบแกมแซวเล็กๆ

เออๆๆ เรื่องของแก ดีแล้วที่ไม่ชอบเพราะมันของของฉันว่ะ อีกอย่างจะได้สบายใจว่าแกจะไม่ทำอะไรยูยะ งั้นฝากด้วยนะ เดี๋ยวเย็นๆ จะเข้าไป แล้วจะโทรบอกนะ

อือ ยามะพีรับคำ

แค่นี้นะ ฉันมีประชุมด่วน คุซาโนะวางสายทันทีที่พูดจบ

ยามะพีถึงกับหัวเสีย แหม คนอะไรสั่งเสร็จก็ไปเลยเหรอ ไอ้บ้าเอ๊ย! ฉันมาเป็นเลขาแกนะ ไม่ใช่มาเป็นคนดูแลเด็กที่แกเก็บมาเลี้ยง เมื่อคุยเสร็จก็กลับเข้าห้องไปดูแลยูยะ ระหว่างที่ยูยะกับยามะพีอยู่ด้วยกัน ก็คุยกันเรื่อยเปื่อย จนค่อยๆ สนิทกันและคุยกันได้อย่างเพื่อน

...จนช่วงหัวค่ำ...

Fly Away! Far Away! Tsubasa เสียงโทรศัพท์ของยามะพีก็ดังขึ้น

อ๊ะคุซาโนะโทรมาน่ะ บอกกับยูยะและหันไปรับโทรศัพท์

ฮัลโหล ว่าไงครับ (รับโทรศัพท์สุภาพมากๆ//คนแต่ง)

ฝ่ายคุซาโนะ

อือ จะเข้าไปแล้วล่ะ จะกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า จะได้ซื้อเข้าไป

หึ ฉันไม่อ่ะ นายจะซื้ออะไรมาก็ซื้อมาเถอะ กินได้ทั้งนั้นแหล่ะ ยามะพีตอบ

ฉันไม่ได้หมายถึงแกไอ้พี ยูยะสิ แกน่ะฉันรู้แล้วว่ากินอะไรก็ได้ คุซาโนะตอกกลับซะงั้น

ชิ!!แหม ไม่ได้เลยนะเนี่ยคนนี้อ่ะ งั้นเดี๋ยวถามให้ พูดพลางหันไปถามยูยะ

คุซาโนะคุงจะเข้ามาแล้วครับ เขาถามว่าจะทานอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวเขาจะได้ซื้อเข้ามาครับ

ไม่อ่ะ ยูยะตอบแบบไม่ค่อยสนใจนัก เพราะกำลังตั้งใจเล่นเกมเอามากๆ

ไม่หรอก นายซื้อเข้ามาได้เลย หันมาตอบคุซาโนะในโทรศัพท์ ไม่อยากจะบอกเลยว่า เด็กแกน่ะติดเกมนะไอ้หมี อิอิ

อือๆๆ งั้นเดี๋ยวซื้อข้าวเข้าไปให้ และจะรีบเข้าไปนะ แค่นี้นะ บาย พูดจบก็วางสายเลยอย่างเคย

ยามะพีมองโทรศัพท์มือถือในมือ เพิ่งถูกอีกคนวางใส่ แล้วส่ายหน้าเบาๆ เขารู้สึกได้ว่าเพื่อนของเขาคนนี้นิสัยยังเด็กเหลือเกิน ถ้าใจจดใจจ่ออยู่กับอะไรสักอย่าง (ซึ่งตอนนี้คือยูยะของชั้นสินะ//คนแต่ง) ก็จะไม่สนใจสิ่งรอบๆ ตัวอีกเลย เหมือนเด็กติดเกมอย่างไงอย่างงั้น

เมื่อคุซาโนะมาถึงหน้าห้อง ระหว่างที่คนทั้งสองภายในห้องกำลังเล่นเกมกันอย่างสนุกสนานนั้น คุซาโนะที่ยืนอยู่หน้าห้องก็ได้ยินเสียงคนเล่นเกมเช่นกัน ตัวเขาเองก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เพราะเขาเองดีใจดีใจที่ยูยะนั้นสามารถร่าเริงได้ ถึงแม้มันจะไม่นาน แต่ก็ยังดีกว่าที่จะให้ยูยะไม่ได้ยิ้มเลย เมื่อรู้สึกตัวก็ผลักประตูเข้าไป

อ้าว เล่นกันสนุกเลยนะ ข้าวเย็นมาแล้วมากินกันเร็ว 

เดินเข้ามาก็พูดขัดจังหวะการเล่นเกมของสองคนนั้นได้เป็นอย่างดี ยามะพียืนขึ้นแล้วก้มหัวให้เป็นการเคารพผู้เป็นเจ้านาย เมื่อคุซาโนะเห็นแบบนั้นก็ตอบกลับไปว่า

นายไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ นี่มันในบ้านฉันเองนะ

อะอือ ยามะพีตอบ แล้วหันไปเก็บเกมที่เกลื่อนพื้นอยู่ให้เข้าที่เดิมของมัน

ส่วนยูยะเองก็ยิ้มออกมาอย่างชื่นบาน โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองยิ้มออกมาขนาดไหนที่เห็นฮีโร่กลับมา

กลับมาแล้วเหรอ ยูยะทักทายและช่วยยามะพีเก็บเกมก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัวเพื่อไปช่วยคุซาโนะเตรียมข้าวเย็น

ทั้งสามคนกินข้าวกันอย่างสนุกสนาน คุซาโนะเองก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาให้กับยูยะได้ฟังบ้างและก็บอกด้วยว่า ยามะพีเป็นเพื่อนของเขามาตั้งแต่สมัยเรียน เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมปลายจนจบมหาลัยที่อเมริกาด้วยกัน แล้วเขาก็ชวนยามะพีมาทำงานด้วยกัน และให้เป็นเลขาเพราะเขาเองนั้นอยากได้คนที่ไว้ใจได้มาเป็นหูเป็นตาให้เขา คุยกันไปคุยกันมาจนดึกยามะพีขอจึงตัวกลับไปก่อน ทิ้งไว้ให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันในยามค่ำคืนอันแสนสงบ

แล้วนายไม่กลับบ้านหรือไง มาอยู่กับฉันที่คอนโดเนี่ย ยูยะสงสัย เพราะเป็นคนบอกเองว่าปกติกลับบ้านทุกวัน

ก็มีลูกหมาให้ดูแลนี่ จะกลับได้ไง ตอบแล้วทำหน้าทะเล้นใส่

ฉันอยู่ได้ และก็พรุ่งนี้ฉันจะไปหางานทำ ไม่รบกวนนายหรอก 

เอาน่า ฉันจะอยู่ไหนมันก็เหมือนกัน นายน่ะไปอาบน้ำไปจะได้นอนสักที เหนื่อยจะแย่แล้ว ส่วนพรุ่งนี้น่ะ ออกไปเดินซื้อของกับฉันก่อน งานน่ะเอาไว้ทีหลัง พูดด้วยท่าทีจริงจัง

อือ ก็ได้ ว่าง่ายๆ เลยยูยะ

คุซาโนะที่รอยูยะอาบน้ำอยู่ที่โซฟานั้น ก็เหนื่อยจากงานวันนี้มามากเช่นกันระหว่างที่รอก็เลยหลับไป เมื่อยูยะอาบน้ำเสร็จ ก็ออกมาเห็นผู้จัดการบริษัทยักษ์ใหญ่หลับคาหน้าทีวีอย่างเหนื่อยอ่อน ก็อดขำไม่ได้ ขอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ หน่อยเถอะ ไม่ได้เห็นหน้ามาทั้งวันเลย

ผลัก!! เมื่อยูยะเดินเข้าไปใกล้ ไอ้คนที่มันนอนอยู่บนโซฟาที่เหมือนหลับไปแล้วนั้น อยู่ๆ มันก็เอื้อมมือมาฉุดเขาลงไปบนโซฟาแล้วขึ้นมาคร่อมบนตัวเขาซะเอง ทำเอายูยะเองนั้นตกใจตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว

นะ..นายจะทำอะไรเนี่ย!!! ได้สติก็เริ่มโวยวาย

อ้าว ก็เห็นนายเดินเข้ามาก็นึกว่าจะ พูดลากเสียง แล้วขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆ ยูยะ

เฮ้ยๆๆ ออกไปเลยนะ ไปอาบน้ำนอนได้แล้วไป๊!!! ยูยะหลบและผลักร่างที่อยู่บนตัวออกและเดินไปแต่งตัว แล้วเข้าห้องนอนไปเลย

หึ น่ารักน่าแกล้งซะไม่มีละ ยิ้มแล้วก็เข้าห้องน้ำไป

คนในห้องนอนหน้าร้อนไปหมด ไอ้เมื่อกี้มันอะไรกัน การที่ฮีโร่ทำแบบนั้นหมายความว่าไง แล้วทำไมเขาเองต้องหน้าแดงแบบนี้ด้วย ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเลย แล้วคืนนี้จะนอนยังไง เขาเองจะทำหน้าแบบไหน ทำยังไงดี

ระหว่างที่ยูยะกำลังคิดอยู่นั้นคุซาโนะก็เข้ามาแล้วกอดยูยะจากข้างหลัง หมับ!!!

คิดอะไรอยู่ครับ ยูยะ พูดข้างๆ หูให้ยูยะเสียวเล่นซะอย่างงั้นแหละ

ปะ..เปล่านะ..ปะ..ปล่อยฉันซิ ทำอะไรอีกเนี่ย ยูยะทำอะไรไม่ถูก

ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกเนี่ย คิดจะอยู่ในชุดผ้าคลุมอาบน้ำแบบนี้ใช่ไหม..ได้ งั้นไปนอนกันเถอะ

พูดจบก็อุ้มยูยะทั้งๆ ชุดนั้นขึ้นเตียง ยูยะยังไม่ทันได้ขัดขืนก็ถึงเตียงซะแล้ว

นะ..นี่..นายจะทำอะไรฉันเนี่ย อย่านะโว้ย สู้นะจะบอกให้ เริ่มขัดขืน แต่มันไม่สายไปหน่อยเหรอยูยะ ถึงเตียงแล้วนะ

อ้าว ก็มานอนน่ะสิ ถามได้ พูดจบก็ล้มตัวลงนอนทันที วันนี้คุซาโนะเองก็เหนื่อยมามากแล้ว เขาคงไม่มีอารมณ์จะทำอะไรหรอก แต่ขอให้ได้แกล้งยูยะสักนิดก็ยังดี

ชิ ยังไม่ทันจะแต่งตัวก็นอนแล้ว คนอะไร ยูยะบ่น แล้วลุกขึ้นไปแต่งตัวและกลับมานอนแต่โดยดี

.

ตื่นได้แล้วคร๊าบยูจางงงงงงง ยูยะได้ยินเสียงแบบนั้นก็สะดุ้งตื่นทันที

เล่นอะไรอีกเนี่ยนายน่ะ 

ก็เห็นไม่ตื่นเองซะที รอนานแล้วนี่ จะพาไปเที่ยวซะหน่อย ไปอาบน้ำไป ทิ้งท้ายด้วยคำสั่ง

ไปไหนล่ะ แล้วทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งนายด้วย โมโหนะโว้ย อยู่ๆ ก็มาสั่ง

เอาน่า รีบๆ เถอะ จะพาไปซื้อเสื้อผ้า นายกะจะใส่เสื้อผ้าฉันไปตลอดเลยรึไงกัน

ชิ ยูยะสบถกับตัวเอง คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด

5 นาทีผ่านไป

เสร็จแล้ว จะลากไปไหนก็เชิญเลย ประชดไอ้หมีเต็มที่

เออ ดีมาก งั้น ไปซื้อของกัน ไอ้หมีที่นั่งรออยู่ก็ตกลงไปเลยเหมือนกัน

To be continue


มาอัพแล้วนะคะ ตอนที่ 2 ยาวสะใจขึ้นมั้ยทุกคน

แอบจะสงสารคนแต่งนิดส์นึงอ่ะ เพราะไอ่เราก้อแค่มานั่งแก้

แต่เพื่อผู้อ่านที่น่าร๊ากทุกคน คนแต่งทำด้ายจิงมะจ๊ะ หุหุ

รีบๆ ส่งต้นฉบับตอนต่อไปมานะ เน็ตเค้ายิ่งไม่ค่อยดีอยู่

ช่วงนี้เน็ตกำลังเปนใจ รีบส่งมานะ เค้ารออยู่เน้อ!!

>>> จาก บ.ก. จ้า

2006/Nov/30

+++[D]estiny of Love+++

Part 1

ในคืนที่ฝนตก ขอเพียงแค่ใครสักคนที่เข้าใจ ใครสักคนที่เชื่อใจและไว้ใจ ใครสักคนที่อยู่กับเราได้ตลอดไป.

ในค่ำคืนนั้น คืนที่หนีออกจากบ้านมา ผมนั่งอยู่หน้าสถานีรถไฟซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครสนใจ ว่าผมเป็นใครมาจากไหน หรือมาทำอะไรที่นี่ก็ตาม ผมก็แค่คิดเล่นๆ ว่า จะมีใครไหม? ที่จะสนใจผม และคนคนนั้นก็คงเป็นคนที่ผมไว้ใจได้

.

ผมเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงสถานีรถไฟ เป็นเด็กหนุ่มดูดี ผิวขาว ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง นั่งด้วยท่าทางที่ดูหนาวๆ แต่เขาก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นเช่นเดิม วันนี้ผมไม่มีอะไรต้องทำ ผมก็เลยนั่งดูเด็กหนุ่มคนนั้นแก้เซ็ง (มันแก้เซ็งได้ด้วยเหรอนั่น!?)

ผมไม่รู้ว่าผมนั่งดูมานานเท่าไรแล้ว แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็ผ่านมาสองชั่วโมงแล้ว เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้ลุกไปไหนเลย ผมก็เลยคิดว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาแน่ๆ ผมจึงเดินเข้าไปทัก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงรู้สึกเป็นห่วงเด็กคนนี้นักนะ แต่ผมไม่อยากจากไปโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

..

นี่นาย มานั่งทำอะไรตรงนี้ ไม่กลับบ้านหรือไง ผมเดินเข้ามาถามเด็กหนุ่มคนที่ผมนั่งดูอยู่เมื่อกี้ เขาเงยหน้ามามองผม ทำเอาผมอึ้งไปเลย ผิวขาวๆ นัยน์ตาดำขลับ ริมฝีปากปากที่ได้รูป แต่ว่า สายตาที่ดูเหงาลึกๆ นี่มันหมายความว่ายังไงกันนะ

ก็เปล่านี่ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ตอบไปงั้นๆ รู้จักก็ไม่รู้จักอยู่ๆ ก็มาถาม และอีกอย่างผมก็ไม่รู้จะตอบอะไรเขาเหมือนกัน

พรึบ!! อยู่ๆ เขาก็นั่งลงข้างๆผม ทำเอาผมตกใจเหมือนกัน มองดูดีๆ แล้วผู้ชายคนนี้ก็ดูดีเหมือนกันนะ เขาดูภูมิฐาน ผิวออกคล้ำๆ หน่อย สูงโปร่ง สายตามุ่งมั่น ดูดีจังผู้ชายคนนี้ คนนี้เหรอที่พระเจ้าทรงประทานมาให้ผม คนที่จะดูแลผม และเป็นเจ้าของหัวใจดวงนี้ของผม (ง่ายจังนะเธอ//คนแต่ง)

นี่นายชื่ออะไร ฉัน ฮีโร่ คุซาโนะ ฮิโรโนริ น่ะ ผมแนะนำตัวไป แต่เจ้านั่นก็เอาแต่จ้องหน้าผม หน้าผมมันมีอะไรนักเหรอห๊า!!!

ไม่ตอบอะไรกลับมาเลย -*-

นี่นาย!! ฉันถามน่ะไม่ได้ยินหรือไงห๊า!!! เริ่มมีอารมณ์แล้วนะ ถามแล้วไม่ตอบ

อ๊ะขอโทษนะ เมื่อกี้นายถามว่าอะไรนะ ไม่ได้ฟังอ่ะ ทำหน้างงใส่

ฉันถามว่านายชื่ออะไร

อ๋อ! ชื่อเหรอ ชื่อ ยูยะ... เทโกชิ ยูยะ น่ะ ตอบเสร็จก็เงียบไป แถมยังทำหน้าเศร้าๆ อีก โอ้ย!! ไอ้คุคนนี้อยากเอากลับบ้านโว้ย!!!

นี่! หนีออกจากบ้านมาละสิท่า ขนของมาซะเยอะเลย เริ่มจับนู่น จับนี่

เช๊อะ!! แล้วทำไมล่ะ มันผิดเหรอ เริ่มอารมณ์เสียเพราะมีคนมายุ่งกับชีวิตส่วนตัว

ฉันจะไม่บอกให้นายกลับบ้านนายหรอกนะ เพราะการที่นายหนีออกจากบ้านมาเนี่ยแปลว่าที่บ้านนาย คงจะมีอะไรที่นายไม่ชอบใจอยู่ และถึงไล่ให้กลับไปยังไงนายก็คงไม่กลับอยู่ดี งั้นนายไปอยู่ที่คอนโดฉันก่อนก็ได้ ตอนนี้นายเองก็ไม่รู้จะไปที่ไหนใช่ไหมล่ะ ชวนกันดื้อๆ เลยนะเนี่ย

เอ๊ะ!! ทำไมนายถึงให้ฉันไปอยู่ได้ล่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แถมไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย ยูยะงงสุดๆ แต่ก็แอบดีใจเพราะก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนเหมือนกัน และเมื่ออยู่กับคนคนนี้แล้วรู้สึกปลอดภัย

อืม ได้สิ ทำไมล่ะ ฉันเองก็อยากเก็บหมาไปเลี้ยงที่บ้านสักตัวเหมือนกัน ฮาๆๆ เล่นมุขไปงั้นแหล่ะ

ชิ ทำเป็นพูด เลี้ยงให้ดีละกัน ฉันน่ะ สุนัขชั้นดีนะโว้ย ไหนๆ จะให้ที่พักพิงแล้ว ก็ยอมๆ ไปหน่อยละกัน

ไป งั้นไปที่คอนโดฉันดีกว่า เดี๋ยวโทรบอกที่บ้านก่อนนะ

อืม

เมื่อทั้งคู่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ยูยะก็เดินตามคุซาโนะไปอย่างเงียบๆ ในหัวก็คิดไปเรื่อย คิดถึงผู้ชายคนที่เดินนำหน้าเขาอยู่ตอนนี้ ผู้ชายคนนี้เป็นคนอย่างไงกันแน่นะ ทำไมเขาถึงยอมให้เราไปอยู่กับเขา ทำไมเขาถึงยอมดูแลเรา ทั้งๆ ที่เราก็ไม่รู้จักกัน จะมีสักกี่คนกันที่เป็นแบบนี้ และถ้าไม่ได้เขาคนนี้แล้ววันนี้ตัวเขาเองจะไปอยู่ที่ไหน แล้ว!!!

อุ๊บส์!! นายบีบแก้มฉันทำไม!!! ยูยะตกใจโวยวาย เพราะคนข้างหน้าอยู่ๆ ก็หันมาบีบแก้มเขาซะอย่างนั้น แถมยังทำหน้าทะเล้นใส่อีก

อ้าว ก็เรียกนายตั้งหลายทีแล้วนี่นา นายไม่ได้ยินเอง ก็เลยต้องใช้วิธีเรียกสตินายกลับมาแบบนี้ไง ฉันจะบอกว่าเดี๋ยวเราจะนั่งแท็กซี่ไปนะ เพราะวันนี้ฉันกะกลับบ้านเอง ก็เลยไม่ได้เอารถมา โอเคไหม?

อืม ได้ จะไปยังไงมันก็เรื่องของนาย เพราะมันเป็นคอนโดของนายนี่

ได้ งั้นเราก็ไปกันเลยแล้วกัน แท็กซี่มาพอดีเลย

ณ คอนโดหรูแห่งหนึ่งกลางใจกลางเมือง

นี่กินอะไรไหม เดี๋ยวฉันจะบอกให้เขาเอาขึ้นมาให้ คุซาโนะเริ่มพยายามทำให้บรรยากาศเป็นแบบสบายๆ สุดๆ ยูยะจะได้รู้สึกดี ไม่เกร็งอะไรมาก

ไม่อ่ะ ไม่เป็นไร นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย ยูยะเองเริ่มง่วงแล้ว

อือ โอเค งั้น..ฉันขออะไรนายสักอย่างสิ

อือ อะไรล่ะ?

นายเล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังหน่อยสิ ไหนๆ ก็จะมาอยู่ด้วยกันแล้วนี่ ฉันน่าจะรู้จักนายให้มากกว่านี้นะ คุซาโนะเริ่มทำตัวอยากรู้อยากเห็น อะนะก็เรื่องของยูยะนี่ ถ้าเขาไม่สนใจแล้วเขาจะเก็บยูยะมาทำไม

อ๋อ! เรื่องนี้น่ะเหรอ ถ้าฉันเล่าแล้วนายต้องให้ฉันอยู่ที่นี่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ไหมล่ะ? ยูยะเริ่มยื่นข้อเสนอ ที่เขาไม่คิดว่าจะได้ด้วยซ้ำ แต่ถึงได้เขาก็คิดจะหาอะไรมาตอบแทนคุซาโนะอยู่แล้ว

เรื่องแค่นี้น่ะเหรอ ได้สิ แต่ถ้าวันไหนฉันอยากได้ของตอบแทนอ่ะ นายจะให้ฉันได้ไหมล่ะ? อีคุเล่นลิ้นนนนนนน

ได้ ^^(ยิ้ม) ตอบแบบสื่อๆ เลยยูยะ

อืม ดีมาก ยิ้มแบบมีอะไรแอบแฝง (คุ แกคิดอะไรอยู่เนี่ย แกอย่ามามองลูกชายชั้นแบบนั้นเซ่!!!//คนแต่ง)

แม่ฉัน มีแฟนใหม่ ตอนแรกฉันก็รับได้นะ แต่แม่ฉันเริ่มทำตัวเปลี่ยนไป สนใจแฟนแม่มากเกินไปน่ะ แล้วฉันรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่ะจะมาหลอกแม่ฉันมากกว่า ฉันก็เลยเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ แล้วแม่ก็ตะหวาดฉันมา ท่านไม่เคยเป็นแบบนี้ ท่านมักจะใจดีกับฉันเสมอ แต่ตั้งแต่ที่มีผู้ชายคนนี้เข้ามา ท่านก็ดูเปลี่ยนไป ฉันก็เลยตัดสินใจหนีออกมา ฉันดูเป็นคนไม่มีเหตุผลมากๆ เลยใช่ไหม จริงๆ แล้วฉันไม่ควรจะทำแบบนี้ แม่มีฉันคนเดียว ฉันน่าจะอยู่คอยดูแลแม่ แต่ฉันก็ดันหนีออกมา ฉันมันเลวมากใช่ไหม ฮือ..ฮือ

ยูยะเริ่มรู้สึกผิดแล้วเริ่มเกิดอาการร้องไห้เป็นเด็กๆ ที่คิดถึงแม่ คุซาโนะเห็นแบบนั้นก็เลย เกิดอาการรักเด็ก เดินเข้าไปกอดและปลอบยูยะอย่างอ่อนโยน แต่ทว่าความรู้สึกที่สื่อไปนั้น มันเป็นความอบอุ่นที่ยูยะไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอจากใครได้เลย

มันเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่น มันทำให้เขาร้องไห้ออกมาอย่างเก็บไว้ไม่ได้ เขาเองไม่คิดว่าเค้าจะร้องไห้หรือเล่าเรื่องส่วนตัวของเขาให้ใครฟังได้ ถ้าไม่ใช่คนที่เขาไว้ใจที่สุด แต่เขากลับเล่าให้กับคนคนนี้ฟัง มันหมายความว่ายังไงกัน อะไรทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ อะไรที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ มันคืออะไรกันนะ

To be continue

กรี๊ด~~~~~~~~~~~~~

ขออีดิธนิสนึงนะคะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ สายป่าน ค่ะหนึ่งในผู้ก่อตั้งบล๊อกนี่นะเค๊อะ

เราเป็นคนแต่งฟิกเรื่องนี้เองจ้า ได้ดูที่ผ่านๆมาที่ลงไว้ในหลายที่แล้ว

ก็ดูแล้วฟิกมันจะดำเนินเรื่องเร็วไปนิด เราจะแก้ไขนะ (จริงๆแก้ไขแล้วล่ะ)

เรามาอีดิธครั้งนี้ก็เพราะ เราจะมาบอกที่มาของบล๊อกนี้

เข้ามาแล้วเจอแบบว่า...บก.ไม่ลงที่มา-ที่ไปเลย อีป่านทนไม่ด๊ายยยยยยยยย

.

.

.

บล๊อกนี้เป็นบล๊อกที่ร่วมกันทำกับ เม็ดทราย ซึ่งทำหน้าที่เป็น บก. ของฟิกเรื่องนี้

เรา สายป่าน เป็นคนแต่งฟิกเรื่องนี้ค่ะ

ที่เราแต่งฟิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า อยากจะอ่านฟิก คุ-เต๊ะ ในแบบที่ตัวเองต้องการ

และก็ลองแต่งๆดู แต่งไปแต่งมา มันยาวกว่าทุกครั้ง ก็เลยลองเอาส่งไปให้เม็ดทรายดู

แล้วเม็ดก็บอกว่า โอ ให้ลองแต่งต่อไปดู แล้วมันก็แต่งได้นะ

และก็อยากลองเอาไปลงในบอร์ดดู (บอร์ดพี่กุ้งคร้าบ...โชเนนๆ โฆษณาหน่อยๆ)

แล้วมันก็ได้ผลก็เลยแต่งต่อ และก็ได้โอกาสเปิดบล๊อกฟิกเป็นของตัวเอง

แต่เราจะไม่ได้มาลงฟิกเองหรอกนะ จะมีบก.มาลงให้ (แต่ถ้าบก.ม่ว่างเราก็จะมาลง)

ตอนนี้มีแต่ตอนแรกเพราะว่า ตอนต่อๆไปกำลังแก้ไขค่ะ

เพราะทุกคนบอกว่า ดำเนินเรื่องเร็วไปนิส ก็เลยแก้ไขอยู่

แล้วจะรีบเอามาลงนะคะ

สัญญา...

สายป่าน ค่า

ฝากเนื้อ ฝากตัว และหัวใจด้วยนะคะ

.

.

.

ถึง บก.

ขอบคุณนะคะที่เอาตอนหนึ่งมาลงให้ แล้วรีบๆเอาตอนสองมาลงเร็วๆนะจ๊ะ

สายป่านรออยู่จ้า (ทำไมไม่เอาลงเองวะ//เม็ดทราย)


edit @ 2006/12/05 21:12:32